เลือกหน้า

GLP-1 ช่วยลดน้ำหนักได้อย่างไร?

ปัจจุบัน GLP-1 เป็นฮอร์โมนที่ทางการแพทย์นำมาใช้เพื่อต้านเบาหวาน และรักษาโรคอ้วน ที่มีความปลอดภัย ในบทความนี้เราจะมาทำความรู้จักกับฮอร์โมนตัวนี้ ว่ามีกลไกออกฤทธิ์อย่างไรกับร่างกายของเรา

GLP-1 คืออะไร?

GLP-1 มีชื่อเต็มว่า Glucagon Like Peptide-1 เป็นฮอร์โมนชนิดหนึ่งในระบบทางเดินอาหารของเรา (มีอยู่แล้วตามธรรมชาติ) มีฤทธิ์ในการส่งสัญญาณไปที่สมองของเรา ทำให้เรารู้สึกอิ่ม เพิ่มประสิทธิภาพในการกระตุ้นการหลั่งอินซูลิน และปรับระดับน้ำตาลในเลือด

ในทางการแพทย์ได้มีการนำ Liraglutide เป็นสารออกฤทธิ์ที่มีลักษณะคล้ายกับกัน เป็นยาที่ได้รับการอนุมัติโดย Thai FDA (ในปี 2018 ที่ผ่านมา) มาใช้ในการลดน้ำหนัก

GLP-1 ตามธรรมชาติ

ปกติแล้ว GLP-1 ที่หลั่งออกมาหลังจากที่เราทานอาหาร จะออกฤทธิ์อยู่ในร่างกายได้ไม่นาน (ไม่กี่นาที) และมีประมาณ 10-15% ที่ผ่านออกมาสู่กระแสเลือดเพื่อทำหน้าที่ตามอวัยวะต่าง ๆ

wellness glp-1

การคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์อย่างเหมาะสม คือ ประตูบานแรกสู่การมีสุขภาพที่ดี

GLP-1 gherlin

ความรู้สึกหิว และอิ่ม เกิดจากฮอร์โมนในร่างกาย สั่งการไปที่สมอง

GLP-1 มีกลไกออกฤทธิ์อย่างไร?

  1. สมองส่วนควบคุมความหิว ทำให้เรารู้สึก อิ่ม (Hunger & Satiety center)  ช่วยลดความอยากอาหาร
  2. ตับอ่อน ช่วยกระตุ้นการหลั่งฮอร์โมนอินซูลิน เมื่อมีน้ำตาลกลูโคสเข้ามาสู่ร่างกาย (Glucose dependence) ลดการหลั่งฮอร์โมนกลูคากอน (Glucagon) จากตับอ่อนที่จะทำให้น้ำตาลในเลือดสูง
  3. กระเพาะอาหาร ลดการเคลื่อนไหว และการหลั่งน้ำย่อยของกระเพาะอาหาร จึงทำให้อาหารอยู่ท้องนานขึ้น รู้สึกอิ่มนาน ส่งผลให้ทานอาหารน้อยลง
  4. อวัยวะอื่นๆ เช่น กล้ามเนื้อลาย กล้ามเนื้อหัวใจ เซลล์ไขมัน ช่วยในการดึงเอาน้ำตาลกลูโคสเข้าไปใช้ได้มากขึ้น มีผลช่วยป้องกันอวัยวะสำคัญอย่างไต ปอด และหัวใจ (Protective effects) และที่ตับ ยังช่วยลดการสร้างน้ำตาลจากตับได้อีกด้วย
liraglutide ลดน้ำหนัก

Liraglutide ช่วยสร้างฮอร์โมนที่ทำให้เรารู้สึกอิ่ม ลดการกินโดยไม่ต้องอดอาหาร

การใช้ GLP-1 ในการลดน้ำหนัก

ปัจจุบันนี้เรามียาที่ชื่อว่า Liraglutide เป็นยาที่ออกฤทธิ์คล้ายฮอร์โมน GLP-1 แต่มีโครงสร้างต่างกันเล็กน้อย ทำให้ไม่ถูกเอนไซม์ย่อยสลายในร่างกายเร็ว

โดยสามารถออกฤทธิ์ได้นานกว่า และอยู่ได้ถึง 12 ชม. จึงทำให้รู้สึกอิ่มนานขึ้น ไม่ค่อยหิว ลดการผลิตน้ำตาลในเลือด เพิ่มความไวของอินซูลินที่ตับอ่อนและกล้ามเนื้อ รวมถึงลดการเคลื่อนที่ของกระเพาะอาหารทำให้อาหารอยู่ท้องนานขึ้นนั่นเอง

ข้อควรระวัง การใช้ยากลุ่ม GLP-1

  • ดื่มน้ำระหว่างวันให้มาก ๆ
  • ให้ใช้ภายใต้การดูแลของแพทย์ ห้ามปรับปริมาณยาเอง
  • อาจมีอาการ คลื่นไส้ อาเจียน ในช่วงแรกอาจต้องใช้เวลาปรับตัว หากรู้สึกว่าอาการรุนแรงขึ้น ควรพบแพทย์เพื่อปรับปริมาณยา
  • ไม่ควรใช้ในหญิงที่วางแผนจะมีบุตร หรืออยู่ระหว่างตั้งครรภ์
  • ห้ามใช้ในกลุ่มผู้ป่วยมะเร็งไทรอยด์ชนิดเมดัลลารี (Medullary) มะเร็งตับอ่อน ตับอ่อนอักเสบ
  • ผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 1 ที่มีภาวะดื้ออินซูลินร่วมด้วย ควรใช้ภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด

ลดน้ำหนักด้วย GLP-1 ต่างจากออกกำลังกาย คุมอาหารอย่างไร?

  • มีงานวิจัยที่ทำในกลุ่มคนจำนวน 2,487 คน ใช้ GLP-1 ร่วมกับการ คุมอาหาร และออกกำลังกาย
  • เทียบกับ กลุ่ม 1,244 คน ที่คุมอาหาร และออกกำลังกาย เพียงอย่างเดียว

ในช่วงเวลาประมาณ 1 ปี พบว่า กลุ่มที่ใช้ GLP-1 น้ำหนักลดลงเฉลี่ยถึง 9.2% หรือเฉลี่ย 10 กก. มีรอบเอวลดลงกว่า 8 ซม. เทียบกับกลุ่มที่ไม่ได้ใช้ น้ำหนักลดลงเพียง 3.5%

คุมอาหาร คือ ปัจจัยสำคัญที่สุด

การออกกำลังกาย มีประโยชน์ต่อสุขภาพ ดีต่อระบบฮอร์โมน ช่วยในการรักษารูปร่าง แต่ในการลดน้ำหนัก หากไม่สามารถคุมปริมาณอาหารที่เหมาะสมได้ น้ำหนักจะไม่ลดลง หรือลดลงแค่เพียงชั่วคราว

อ่านบทความเพิ่มเติม
exercise vs diet

สรุปการลดน้ำหนัก ร่วมกับ GLP-1

  • ห้ามอดอาหาร ระหว่างการใช้ยา เพราะอาจทำให้เกิดภาวะน้ำตาลตก คลื่นไส้อาเจียนได้
  • หากคุณเป็นคนที่ออกกำลังกาย มาอย่างสม่ำเสมอต่อเนื่องอยู่แล้ว ให้ออกกำลังต่อไปได้ตามปกติ
  • หากไม่ได้ออกกำลังกาย ให้พยายามเพิ่มกิจกรรมในแต่ละวัน ที่ต้องมีการเคลื่อนไหวร่างกาย
  • ลดปริมาณการทาน แป้ง และน้ำตาล ให้น้อยที่สุด เลือกทานอาหารที่มีประโยชน์
  • เพิ่มการทานอาหารที่มี กากไย (Fiber) เช่น ธัญพืช ผักผลไม้ ถั่ว
  • มีงานวิจัยพบว่า การนอนหลับให้เพียงพอ ช่วยให้การลดน้ำหนักมีประสิทธิภาพมากกว่า ส่วนหนึ่งเพราะการอดนอนจะเพิ่มฮอร์โมนความเครียด ซึ่งส่งผลเสียต่อการลดน้ำหนักโดยตรง
  • ดื่มน้ำให้เพียงพอ ช่วยให้ระบบการหมุนเวียนในร่างกายทำงานได้เป็นปกติ
PEPTIDE GLP-1 คุมหิว
ดูแนวทางการลดน้ำหนักโดยแพทย์

ปัจจุบันภาวะน้ำหนักเกิน หรือโรคอ้วน มีหลากหลายวิธีที่สามารถรักษาได้ ซึ่งต้องอาศัยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิต ร่วมกับเทคนิคทางการแพทย์ จะช่วยให้คนไข้ประสบความสำเร็จในการลดน้ำหนัก ซึ่งนอกจากช่วยในเรื่องความมั่นใจในตัวเองแล้ว ยังเป็นประตูไปสู่การมีสุขภาพที่ดีขึ้นในทุกด้านระยะยาว

พ.ญ.ณิชากุล แก้วกิตติคุณ
WRITTEN BY

พญ.ณิชกุล แก้วกิตติคุณ (หมอนิว)
M.D. Faculty of Medicine, Mahidol University,
MSc. Clinical Dermatology, St. John Institute of  Dermatology,
King’s College London
รู้จักคุณหมอเพิ่มเติม

เผื่อคุณพลาดอะไรไป