เลือกหน้า

ระหว่าง Ulthera กับ Thermage เลือกอะไรดี? ต่างกันยังไง?

Ulthera กับ Thermage ทั้ง 2 อย่างนี้ มีประสิทธิภาพในการยกกระชับผิว ย้อนวัยโดยไม่ต้องผ่าตัด ซึ่งมีความแตกต่างของหลักการทำงาน ลักษณะผิว และรูปหน้าที่เหมาะสม บทความนี้จะมาลงรายละเอียดให้เข้าใจ เพื่อให้เลือกการรักษาที่ตอบโจทย์ ได้คุ้มค่าสูงสุดค่ะ

Ulthera กับ Thermage ต่างกันยังไง?

ทั้ง Ultherapy และ Thermage เป็นการยกกระชับผิวโดยไม่ต้องผ่าตัดทั้งคู่ โดยมีหลักการทำงานที่แตกต่างกัน ดังนี้

ความแตกต่างระหว่าง Ulthera กับ Thermage

เทียบความแตกต่างระหว่าง Ulthera กับ Thermage

การทำงานของ Ultherapy SPT

Ulthera หรือ Ultherapy คือ เครื่องยกกระชับผิวด้วยพลังงานอัลตราซาวด์ความถี่สูงแบบเฉพาะเจาะจง (High Intensity Focused Ultrasound) ทำให้สามารถลดริ้วรอยได้อย่างล้ำลึก และตรงจุด โดยพลังงานจะสามารถลงลึกได้ถึงผิวชั้น SMAS ซึ่งเป็นชั้นผิวที่ใช้ทำหัตถการผ่าตัดยกกระชับผิวหน้า นำเข้าโดย บริษัท Merz Aesthetics

การทำงานของ Thermage FLX

Thermage คือ เครื่องมือในการช่วยยกกระชับผิวหน้าที่ใช้พลังงานคลื่นวิทยุแบบขั้วเดียว (Monopolar RF) ในการช่วยยกกระชับผิวได้ถึงชั้นหนังแท้ (Dermis) โดยหลักการทำงานของเครื่อง Thermage คือการสร้างความร้อนใต้ชั้นผิว กระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจน ช่วยเสริมสร้างอิลาสตินเพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นของผิว นำเข้าโดย บริษัท Solta Medical

ทั้ง 2 การรักษาเป็น Goldstandard ที่รับรอง US.FDA ในการยกกระชับทั้งคู่ โดยต่างกันที่ความเหมาะสมของผิวผู้รับบริการ

เปรียบเทียบการปล่อยพลังงาน ระหว่าง Ulthera กับ Thermage

เปรียบเทียบการปล่อยพลังงาน ระหว่าง Ulthera กับ Thermage

ราคา Ulthera กับ Thermage คิดยังไง?

ทั้ง 2 การรักษามีราคาใกล้เคียงกัน โดยจะคิดราคาตามปริมาณ Shot หรือ Line ที่ใช้

  • Ulthera เริ่มต้นที่ 300 lines ราคาประมาณ 29,900.- เป็นต้นไป
  • Thermage เริ่มต้นที่ 450 shots ราคาประมาณ 29,900.- เป็นต้นไป

ในการยิงแบบ Standard Fullface ที่แนะนำ ทั้ง 2 จะมีค่าใช้จ่ายประมาณ 4x,xxx-5x,xxx บาท ขึ้นอยู่กับรายละเอียดของแต่ละคลินิก

แบบไหนคุ้มกว่ากัน?

การจะทำทั้งทีให้คุ้มค่า ไม่ควรดูจากราคาเพียงอย่างเดียว แต่ให้ดูจากผลลัพธ์ที่ต้องการเป็นหลัก

  • สำหรับ Ultherapy การจะยิงให้เห็นผลได้ชัดทั่วใบหน้า แนะนำให้ยิง 400 lines ขึ้นไป
  • ส่วน Thermage หากเน้นที่แก้ม 2 ข้าง สามารถทำ 450 shots ก็เพียงพอ แต่สำหรับทั่วใบหน้าจนถึงช่วงคอ แนะนำที่ 900 Shots จะเห็นผลได้ชัดเจนค่ะ

Ulthera กับ Thermage อันไหนเจ็บกว่า?

การทำ Ulthera เจ็บกว่าการทำ Thermage เล็กน้อย เพราะ Ulthera จะเป็นการยิงคลื่นพลังงานแบบเจาะจงเข้าใต้ผิว ทั้งนี้ความรู็สึกอาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล

ทั้ง 2 การรักษานี้ ก่อนทำจะมีการทายาชา 45 นาที ซึ่งจะช่วยลดความรู้สึกเจ็บไปได้มาก ในหลายคนอาจไม่รู้สึกเจ็บขนาดที่จะทนไม่ได้ค่ะ

Ultherapy SPT

จุดเด่นของ Ultherapy SPT

ใครเหมาะกับ Ulthera ข้อดี-ข้อเสีย

ข้อดีของ Ulthera

  • มีความแม่นยำในการรักษา แพทย์เห็นชั้นผิวคนไข้บนหน้าจอตลอดเวลา
  • ช่วยยกกระชับผิวได้ลึกถึง ผิวชั้น SMAS ชั้นเดียวกับที่ใช้ในการผ่าตัดดึงหน้า (FaceLifting)
  • เห็นการเปลี่ยนแปลงได้ทันที 20-30% ดีที่สุดใน 3 เดือน อยู่ได้ยาวกว่า 1 ปี
  • ช่วยให้ใบหน้าดูคมชัด เหมาะกับคนทั่วไป สามารถทำได้ทุกช่วงวัย
  • ไม่มีแผล ไม่ต้องพักฟื้น

ข้อสังเกตของ Ulthera

  • อาจไม่เหมาะในผู้ที่มีปริมาณไขมันสะสมบนใบหน้าที่มาก เนื่องจากชั้นไขมันอยู่ด้านบน ถึงแม้ผิวจะยกแล้ว แต่ก็อาจจะมองไม่เห็นจากภายนอก จึงอาจทำให้รู้สึกว่าไม่เห็นผลเท่าที่ควร
  • ในบางจุดอาจรู้สึกเจ็บมากกว่า เพราะเป็นการปล่อยพลังงานแบบเจาะจง
Thermage FLX

จุดเด่นของ Thermage FLX

ใครเหมาะกับ Thermage ข้อดี-ข้อเสีย

ข้อดีของ Thermage

  • เด่นในเรื่องการทำให้ผิวกระชับ แน่นเฟิร์ม จากความร้อนที่กระตุ้นชั้นผิวจากบนลงล่าง (Tightening)
  • ช่วยในการสลายไขมัน ลดแก้ม ลดเหนียง ใบหน้าจึงดูเข้ารูป แน่นเฟิร์มมากขึ้น (SkinQuality)
  • เห็นการเปลี่ยนแปลงได้ทันที 20-30% อยู่ได้ยาวกว่า 1 ปี
  • ความเจ็บน้อยกว่า รู้สึกอุ่นๆ
  • ไม่มีแผล ไม่ต้องพักฟื้น
  • มีหัวสำหรับทำลำตัว เช่น หน้าท้อง ต้นขา ต้นแขน

ข้อสังเกตของ Thermage

  • อาจไม่เหมาะในผู้ที่ใบหน้ามีไขมันสะสมน้อย
  • หลังทำอาจมีผิวแดงเล็กน้อย เนื่องจากความร้อนสะสม แต่จะหายได้เองในไม่กี่ชม.

สรุป เลือกอะไรระหว่าง Ulthera กับ Thermage

สรุปแล้ว ทั้ง Ulthera และ Thermage เป็นตัวเลือกที่มีประสิทธิภาพสูงในการยกกระชับ พร้อมกับการฟื้นฟูผิวให้ดูอ่อนเยาว์ทั้งคู่ สิ่งที่สำคัญคือ ลักษณะปัญหาผิว และสิ่งที่ผู้รับบริการต้องการแก้ไข

หากคุณมีผิวที่บาง รูปหน้าเล็ก ไม่มีการสะสมของไขมันมาก การทำ Ulthera จะตอบโจทย์มากกว่าค่ะ หากคุณมีผิวที่หนา มีไขมันสะสมปานกลาง ถึงมาก การทำ Thermage ก็จะเห็นผลคุ้มค่ามากกว่านั่นเองค่ะ

พ.ญ.ณิชากุล แก้วกิตติคุณ
WRITTEN BY

พญ.ณิชกุล แก้วกิตติคุณ (หมอนิว)
M.D. Faculty of Medicine, Mahidol University,
MSc. Clinical Dermatology, St. John Institute of  Dermatology,
King’s College London
รู้จักคุณหมอเพิ่มเติม

เผื่อคุณพลาดอะไรไป