เลือกหน้า
โบเยอรมัน

โบเยอรมัน ไม่เสี่ยงดื้อโบ

ปราศจากโปรตีนPURE 100%

การฉีดโบลดริ้วรอย เป็นวิธีลดเลือนริ้วรอยบนใบหน้าที่มีประสิทธิภาพ เห็นผลรวดเร็ว ปลอดภัย และได้รับความนิยมสูงในปัจจุบัน วิธีการลดริ้วรอยในแต่ละจุด จะมีรายละเอียด และวิธีการใช้ปริมาณยาที่แตกต่างกัน

การฉีดโบฯ คืออะไร?

การฉีดโบฯ คือ การใช้ยาที่มีฤทธิ์ในการยับยั้งการทำงานของปลายประสาท บริเวณกล้ามเนื้อ ทำให้กล้ามเนื้อคลายตัว ลดขนาดกล้ามเนื้อบริเวณที่ฉีด โดยจะเริ่มออกฤทธิ์ประมาณ 2-3 วันหลังฉีด และออกฤทธิ์เต็มที่ประมาณ 7-14 วันหลังฉีด

ผลลัพธ์จากการฉีดโบนั้นจะไม่ถาวร เพราะสารนี้สามารถสลายไปได้เองภายในเวลาประมาณ 6 เดือน แต่หากผู้ใช้ต้องการเข้ารับการฉีดอีก ก็สามารถมาเติมได้เป็นระยะๆ

ฉีดโบอย่างไรให้ปลอดภัย ไม่เสี่ยงดื้อโบ

ฉีดโบอย่างไรให้ปลอดภัย ไม่เสี่ยงดื้อโบ

โบเยอรมันดีอย่างไร?

โบเยอรมันมีคุณภาพสูง ในราคาไม่แพงเมื่อเทียบกับแบรนด์อื่นๆ ที่คุณภาพเดียวกัน

  • มีความบริสุทธิ์ 100% เพราะมีการเอาโปรตีนที่ทำให้ดื้อยาออกไป
  • ไม่เสี่ยงเกิดการดื้อยา
  • สามารถฉีดซ้ำได้ต่อเนื่อง โดยไม่มีผลข้างเคียงในอนาคต
  • ได้รับการรับรอง FDA สหรัฐอเมริกา และ อย. ประเทศไทย
Botox Xeomin ลดริ้วรอย

โดยทั่วไปนิยมใช้ในเรื่องของ การชะลอวัย ลดเลือนริ้วรอยตีนกา รอยขมวดคิ้ว รอยย่นหน้าผาก ทำให้ใบหน้าเวลายิ้มแล้วดูอ่อนวัย เป็นธรรมชาติ นอกจากนี้ยังช่วยแก้ปัญหาใบหน้าอื่น เช่น ลดปีกจมูก ยกสันจมูก ปรับรูปหน้า ลิฟต์ขอบหน้า ลดกล้ามเนื้อกรามให้ใบหน้าดูเรียวได้รูป และสามารถลดเหงื่อตามจุดต่างๆ ของร่างกายได้

botox icon4 2

ปลอดภัย

Pure 100% โบตัวเดียวของโลกที่มีความบริสุทธิ์ ถึง 100%

Botox icon2 2

ไม่เสี่ยงดื้อยา

สาเหตุการดื้อ และแพ้ยาเกิดจาก Protein ไม่มี Protein เท่ากับไม่เสี่ยง เหมาะกับคนที่เคยดื้อโบมาก่อน

Botox icon1 3

ดูเป็นธรรมชาติ

ฉีดแล้วหน้าไม่แข็ง ยิ้มดูเป็นธรรมชาติ แสดงสีหน้าได้โดยไม่ตึง คนอื่นดูไม่ออกว่าไปฉีดมา

Botox icon3 1

เห็นผลไว ผลลัพธ์ยาวนาน

มีโมเลกุลขนาดเล็ก ทำให้เห็นผลภายใน 2-3 วัน ชัดเจนใน 1 สัปดาห์ และคงอยู่ได้นานกว่า 6 เดือน

หยุดฉีดโบแล้วผิวจะหย่อน จริงหรือ?

ไม่เป็นความจริงค่ะ เมื่อเราฉีดโบอย่างต่อเนื่อง แล้ววันหนึ่งหยุดฉีดไป จะทำให้กล้ามเนื้อกลับมาทำงานตามปกติ

จึงทำให้ริ้วรอยค่อยๆกลับมา แต่ไม่ได้มีผลเสียจากการหยุดฉีดโบโดยตรงค่ะ

หลังหยุดฉีดโบ มีผลเสียอะไรไหม

ฉีดโบต่อเนื่องแล้วหยุด ไม่มีผลเสียอะไร แต่ริ้วรอยจะกลับมาเหมือนก่อนฉีดเท่านั้น

โบ 100 Units ฉีดส่วนไหนได้บ้าง?

การฉีด 100 Units หรือ 1 ขวด เราแบ่งการฉีดออกเป็น 2 บริเวณ ได้แก่

  • ครึ่งหน้าบน (50 Units) คือ บริเวณ รอยย่นหน้าผาก หว่างคิ้ว และตีนกา เป็นบริเวณที่คนไข้นิยมฉีดมากที่สุด เนื่องจากเป็นกล้ามเนื้อที่ทำให้เกิดริ้วรอยเวลาแสดงสีหน้า เช่น การยิ้ม เลิกคิ้ว เป็นต้น
  • ครึ่งหน้าล่าง (50 Units) ได้แก่บริเวณกราม หรือการ Lifting กรอบหน้า เป็นการฉีดเพื่อทำให้ใบหน้าเข้ารูป หน้าดูเรียว จากการหดตัวของกล้ามเนื้อ
โบ 1 ขวด แบ่งฉีดอย่างไร?

การแบ่งฉีดโบ 1 ขวด / 100 Units ให้คุ้มค่า และปลอดภัย

ข้อควรระวังในการฉีดโบ

โบเป็นสารที่ปลอดภัยต่อคนไข้ แต่ปัญหาหลักๆ ที่มักเจอกันบ่อย มาจาก 2 สาเหตุ

  1. คนฉีดไม่ใช่แพทย์ หรือเป็นแพทย์ที่ไม่มีความชำนาญเพียงพอ เพราะยาจะออกฤทธิ์ต่อกล้ามเนื้อบริเวณที่ฉีด ผู้ฉีดจึงจำเป็นต้องมีความรู้ความเข้าใจในตำแหน่ง และการทำงานของกล้ามเนื้อ รวมถึงการเลือกใช้ปริมาณตัวยาเป็นอย่างดี
  2. ตัวยาไม่ได้มาตรฐาน เป็นของปลอม ไม่ผ่าน อย. หรือแม้แต่ผสมน้ำเกลือ เพื่อลดต้นทุน นำมาขายในราคาถูก ทำให้คนไข้ตกเป็นเหยื่อ นอกจากจะรักษาไม่ได้ผลแล้ว ยังมีความเสี่ยงที่กล้ามเนื้อจะทำงานผิดปกติจากตัวยาที่ฉีดเข้าไป อาจเกิดอาการดื้อยาจนไม่ตอบสนองต่อการรักษา แม้จะกลับมาใช้ยาของแท้ก็ตาม

การดูแลตัวเองหลังฉีด

  1. ภายใน 4 ชม. แรกไม่ควรนอนตะแคง ควรรอให้ยาซึมเข้ากล้ามเนื้อเต็มที่ก่อน
  2. ใน 2 สัปดาห์แรก ควรงดดื่มแอลกอฮอล์ เพราะแอลกอฮอล์จะเพิ่มการไหลเวียนของเลือด ซึ่งจะล้างยาที่ฉีดเข้าไป
  3. น 2 สัปดาห์แรก ควรงดการซาวนา อาบน้ำอุ่นนานๆ อบไอน้ำ หรือทำเลเซอร์ เนื่องจากความร้อนอาจส่งผลต่อยาได้
  4. อาจเกิดรอยเขียวช้ำได้เล็กน้อย มักเจอในคนที่รับประทานยาละลายลิ่มเลือด , Aspirin หรือ วิตามิน E / อาหารเสริมบางชนิด ซึ่งจะค่อยๆ หายจางลงไปภายใน 1 สัปดาห์
โบเยอรมัน

โบเยอรมัน ลดริ้วรอย ไม่เสี่ยงดื้อโบ

สรุปฉีดโบอย่างไรให้ปลอดภัย

การฉีดโบเป็นวิธีลดเลือนริ้วรอยที่มีประสิทธิภาพ แต่ควรทำด้วยความระมัดระวัง เลือกคลินิก/โรงพยาบาล แพทย์ และโบที่ได้มาตรฐาน มีความบริสุทธิ์สูง เพื่อป้องกันการดื้อโบ มีความปลอดภัย และได้ผลลัพธ์ที่ดีค่ะ

@drniche

กดปรึกษาคุณหมอได้เลย!

พ.ญ.ณิชากุล แก้วกิตติคุณ
WRITTEN BY

พญ.ณิชกุล แก้วกิตติคุณ (หมอนิว) ว.45835
M.D. Faculty of Medicine, Mahidol University,
MSc. Clinical Dermatology, St. John Institute of  Dermatology,
King’s College London
รู้จักคุณหมอเพิ่มเติม

เผื่อคุณพลาดอะไรไป