เลือกหน้า

สิวขึ้นซ้ำๆ เพราะทำ 4 อย่างนี้!

สาเหตุหลักที่ทำให้สิวมีอาการแย่ลง เกิดเป็นสิวขึ้นซ้ำๆ มักมาจากการดูแลผิวที่ผิดวิธี คำแนะนำทั้ง 4 อย่างนี้ เป็นปัญหาที่พบได้บ่อย จากความเข้าใจผิดของการดูแลตัวเองเมื่อเป็นสิวค่ะ

1. ไม่ควรล้างหน้าบ่อย

หลายคนเชื่อว่า การล้างหน้า จะทำให้สิวหาย ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่จริงแน่นอน ปัจจุบันนี้เรารู้แล้วว่า ความสกปรกไม่ใช่ สาเหตุหลักของสิว ดังนั้นการล้างหน้าบ่อยๆ จึงไม่ได้ทำให้สิวหาย โดยใน 1 วัน การล้างหน้า เช้า-เย็น 2 ครั้ง ถือว่าเพียงพอแล้ว หากระหว่างวันรู้สึกผิวมัน สามารถใช้กระดาษซับความมันออกแทนได้

การล้างหน้าจะทำให้ผิวแห้ง ต่อมไขมันใต้ผิวจะผลิตน้ำมันออกมามากขึ้น ส่งผลต่อ ค่า PH ของผิว ทำให้แบคทีเรียบนผิวตามธรรมชาติจะเสียสมดุล เป็นสาเหตุของอาการสิวที่แย่ลงกว่าเดิมได้

ล้างหน้าบ่อยทำให้เกิดสิว

การล้างหน้าจะชะล้างความชุ่มชื้นของผิวออกไป เมื่อผิวแห้ง ทำให้ต่อมไขมันทำงานมากกว่าปกติ

2. ไม่ควร บีบ กด ฉีดสิว บ่อยๆ

การกดสิวมากๆ ทำให้โพรงขนเสียหาย ผิวช้ำ และอาจก่อให้เกิดการอักเสบตามมา ส่วน การฉีดสิว เป็นการใช้สเตียรอยด์ เพื่อลดการอักเสบเท่านั้น ไม่ใช่การรักษาสิวที่ต้นเหตุ ทั้งยังส่งผลเสียต่อผิวในระยะยาว เมื่อโพรงขนเสียหาย จะทำให้มีโอกาสที่สิวจะอักเสบได้ง่ายขึ้นในอนาคตค่ะ

ฉีดสิว

3. ไม่ควรแต่งหน้าด้วยเครื่องสำอางหนาๆ

เมื่อเป็นสิว ควรเลือกใช้เครื่องสำอางประเภท Non-Comedogenic หรือ เครื่องสำอางที่ไม่ก่อให้เกิดสิว

เครื่องสำอางที่เหมาะสำหรับคนเป็นสิว ได้แก่

  • เครื่องสำอางที่ปราศจากน้ำมัน (oil-free)
  • เครื่องสำอางที่ปราศจากน้ำหอม (fragrance-free)
  • เครื่องสำอางที่ปราศจากสารกันเสียบางชนิด เช่น พาราเบน (paraben)
  • เครื่องสำอางที่ปราศจากแอลกอฮอล์ (alcohol-free)
  • เครื่องสำอางที่ปราศจากสี (color-free)

นอกจากนี้ ควรเลือกเครื่องสำอางที่มีเนื้อบางเบา ไม่เหนียวเหนอะหนะ และล้างออกง่าย

4. ไม่ควร ถูกแสงแดด และความร้อน

เนื่องจากแสงแดดจะกระตุ้นให้ต่อมไขมันผลิตน้ำมันมากขึ้น ซึ่งอาจทำให้รูขุมขนอุดตัน และเกิดสิวขึ้นได้ นอกจากนี้ แสงแดดยังทำลายคอลลาเจน และอีลาสตินในผิว ซึ่งอาจทำให้รอยแผลเป็นจากสิวดูเด่นชัดขึ้น และหายช้ากว้าปกติ

นอกจากนี้ สิวบางชนิดอาจเห่อได้ จากการอยู่ในสภาพอากาศที่ร้อน

แสงแดด ความร้อน กระตุ้นให้เกิดสิว

ผิวเป็นสิวง่าย มีแนวโน้มที่อาการจะแย่ลงเมื่ออยู่ในสภาพอากาศร้อน ต่อมไขมันทำงานมากกว่าปกติ

การแยกสิวเป็น 2 ประเภท

สำหรับสิวที่ไม่รุนแรง

สามารถใช้ยาทารักษาสิวได้ เช่น Benzoyl Peroxide เรตินอยด์ และยาปฏิชีวนะทา เช่น clindamycin ใช้ทาเฉพาะบริเวณที่มีสิวอักเสบ วันละ 2-3 ครั้ง ยาทาเหล่านี้จะช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่ทำให้เกิดสิว และลดการอักเสบของรูขุมขน

สำหรับสิวที่รุนแรง

อาจต้องใช้ยารับประทานรักษาสิวร่วมด้วย เช่น ยาปฏิชีวนะรับประทาน ยาคุมกำเนิด (กรณีฮอร์โมนผิดปกติ) และยารักษาสิวชนิดอื่นๆ โดยให้พบแพทย์เพื่อรับคำแนะนำ ห้ามซื้อมาทานเองโดยเด็ดขาด

นอกจากการใช้ยารักษาสิวแล้ว ยังมีวิธีอื่นๆ ที่สามารถช่วยรักษาสิวได้ เช่น การรักษาด้วยเลเซอร์ การรักษาด้วยแสง เพื่อลดการอักเสบของรูขุมขน และฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่ทำให้เกิดสิว

สรุป การดูแลตัวเองเมื่อมีสิวขึ้น

เบื้องต้นเมื่อมีสิว ควรเริ่มจากการใส่ใจในการดูแลผิว ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่อาจก่อให้เกิดสิว ซึ่งแต่ละคนมีปัจจัยในการเกิดสิวที่แตกต่างกัน การดูแลตามผิวของเราได้อย่างถูกต้อง จะทำให้คนไข้มีผิวสุขภาพดีในระยะยาว โดยไม่ต้องเสียเงินไปกับการรักษา หรือผลิตภัณฑ์ที่ไม่จำเป็นกับเรา

พ.ญ.ณิชากุล แก้วกิตติคุณ
WRITTEN BY

พญ.ณิชกุล แก้วกิตติคุณ (หมอนิว)
M.D. Faculty of Medicine, Mahidol University,
MSc. Clinical Dermatology, St. John Institute of  Dermatology,
King’s College London
รู้จักคุณหมอเพิ่มเติม

เผื่อคุณพลาดอะไรไป